ความหนาของแผ่นเมทัลชีทเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อความแข็งแรง น้ำหนัก และราคาสินค้า การเลือกให้เหมาะกับประเภทงานจะช่วยประหยัดต้นทุนโดยไม่สูญเสียคุณภาพ

ความหนา 0.23 มม. — งานเบา ชั่วคราว

เป็นความหนาที่บางที่สุดในตลาด น้ำหนักเบามาก ราคาถูกที่สุด แต่รับแรงกดได้น้อย ไม่เหมาะกับพื้นที่ที่มีฝนตกหนักหรือลมแรง

เหมาะกับ: โรงเรือนเกษตร โกดังชั่วคราว งานก่อสร้างชั่วคราว โครงการที่มีงบจำกัดสูง

ความหนา 0.30 มม. — มาตรฐานทั่วไป

เป็นความหนาที่ได้รับความนิยมสูงสุดในตลาด สมดุลระหว่างความแข็งแรงและราคา เหมาะกับงานส่วนใหญ่ในประเทศไทย

เหมาะกับ: โกดังสินค้า อาคารพาณิชย์ทั่วไป ต่อเติมบ้าน โรงงานขนาดเล็ก-กลาง

ตารางเลือกความหนาตามงาน
  • 0.23 มม. → งานชั่วคราว โรงเรือน
  • 0.30 มม. → มาตรฐานทั่วไป โกดัง อาคารพาณิชย์
  • 0.35 มม. → บ้านพักอาศัย อาคารสาธารณะ
  • 0.47 มม. → โรงงาน งานรับน้ำหนักสูง ระยะพาดไกล

ความหนา 0.35 มม. — บ้านพักอาศัยและงานคุณภาพ

แข็งแรงกว่า 0.30 มม. อย่างเห็นได้ชัด รองรับน้ำหนักกดได้ดีขึ้น ทนต่อแรงลมในพื้นที่เสี่ยงพายุได้ดีกว่า ราคาสูงกว่าประมาณ 15–20%

เหมาะกับ: บ้านพักอาศัย อาคารสาธารณะ โรงงานที่ต้องการมาตรฐานสูง พื้นที่ที่มีพายุหรือฝนหนัก

ความหนา 0.47 มม. — งานหนัก โรงงาน

หนาและแข็งแรงที่สุด รองรับระยะพาดระหว่างแปที่ไกลกว่าปกติ (มากกว่า 1.5 เมตร) ทนต่อแรงกดจากคนเดินบนหลังคาได้ดี ราคาสูงสุดในกลุ่ม

เหมาะกับ: โรงงานอุตสาหกรรม คลังสินค้าขนาดใหญ่ อาคารที่มีระยะพาดไกล งานที่ต้องรับน้ำหนักสูง

ข้อควรระวังเรื่องความหนา

ค่าความหนาที่ระบุในตลาดบางครั้งเป็น ความหนาของเหล็กก่อนเคลือบ (Base Metal) ซึ่งต่างจากความหนารวมหลังเคลือบ ควรสอบถามให้ชัดว่าเป็นความหนาแบบไหน และขอใบรับรองมาตรฐาน มอก. ประกอบ

← กลับไปหน้าบทความ สอบถามสินค้า →