ก่อนกดสั่งซื้อหรือโทรหาร้าน ลองเช็กรายการนี้ให้ครบ จะช่วยให้ได้สินค้าถูกต้อง ราคาไม่บาน และงานเสร็จตามกำหนด
1. ระบุความหนาที่ต้องการให้ชัด
ความหนาของเมทัลชีทมีผลโดยตรงต่อความแข็งแรง น้ำหนัก และราคา ความหนาที่นิยมมี 4 ขนาดหลัก
- 0.23 มม. — เบาที่สุด ราคาถูก เหมาะงานชั่วคราวหรือโรงเรือนเกษตร
- 0.30 มม. — มาตรฐานทั่วไป เหมาะโกดังและอาคารทั่วไป
- 0.35 มม. — แข็งแรงขึ้น เหมาะบ้านพักอาศัยและอาคารพาณิชย์
- 0.47 มม. — แข็งแรงสูงสุด เหมาะโรงงานและงานที่รับน้ำหนักสูง
2. เลือกสีก่อนสั่งเสมอ
สีที่แตกต่างกันมีผลต่อความร้อนที่สะสมในอาคาร สีอ่อน (ขาว เทาอ่อน) สะท้อนความร้อนได้ดีกว่า สีเข้ม (ดำ น้ำเงิน) สวยงามแต่ดูดซับความร้อนมากกว่า ควรขอตัวอย่างสีจริง (Color Chart) ก่อนสั่ง เพราะสีบนหน้าจอมักต่างจากของจริง
- ความหนาที่ต้องการ (0.23 / 0.30 / 0.35 / 0.47 มม.)
- รหัสสีหรือสีที่ต้องการ
- ประเภทฉนวน (ธรรมดา / PE / PU 25 / PU 50)
- ความยาวแผ่น (เมตร) และจำนวน (แผ่น/ตร.ม.)
- ที่อยู่จัดส่งและวันที่ต้องการรับของ
3. ระบุประเภทฉนวนให้ถูก
หากงานเน้นประหยัดก็ใช้แบบธรรมดาหรือ PE หากต้องการกันร้อนกันเสียงให้เลือก PU และระบุความหนา 25 หรือ 50 มม. ให้ชัดเจน เพราะราคาต่างกันมากพอสมควร
4. คำนวณปริมาณให้แม่นยำ
วัดพื้นที่หลังคาจริง (กว้าง × ยาว) แล้วบวกเผื่อตัดทิ้งและขอบชายคา ประมาณ 10–15% สำหรับหลังคาลาดธรรมดา และ 15–20% สำหรับหลังคาทรงซับซ้อนที่มีจั่วหลายด้าน
5. ตรวจสอบระยะเวลาส่งและเงื่อนไขการส่ง
เมทัลชีทมักผลิตตามออเดอร์ (Make to Order) ใช้เวลา 3–7 วันทำการ บางร้านมีค่าส่งตามระยะทาง บางร้านส่งฟรีในรัศมีที่กำหนด ควรถามให้ชัดก่อนเพื่อไม่ให้กระทบแผนการก่อสร้าง