ข้อดีที่ 1 — น้ำหนักเบา ลดภาระโครงสร้าง
เมทัลชีทหนา 0.30 มม. หนักเพียง 3–4 กก./ตร.ม. เมื่อเทียบกับกระเบื้องคอนกรีตที่หนักถึง 40–50 กก./ตร.ม. ความต่างนี้ทำให้ประหยัดขนาดโครงเหล็กได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในงานพื้นที่ขนาดใหญ่อย่างโรงงานหรือโกดัง
ข้อดีที่ 2 — ติดตั้งรวดเร็ว ประหยัดค่าแรง
แผ่นเมทัลชีทผลิตได้ตามความยาวที่ต้องการ (ปกติ 3–12 เมตรต่อแผ่น) ทำให้หลังคาไม่มีจุดต่อแนวดิ่ง ช่วยลดโอกาสรั่วซึม และช่างสามารถปูหลังคา 200–300 ตร.ม./วัน เร็วกว่ากระเบื้องลอนคู่ที่ทำได้เพียง 50–80 ตร.ม./วัน
- เมทัลชีท — ประมาณ 80–120 บาท/ตร.ม.
- กระเบื้องลอนคู่ — ประมาณ 150–200 บาท/ตร.ม.
- กระเบื้องเซรามิก — ประมาณ 300–500 บาท/ตร.ม.
ข้อดีที่ 3 — ทนทาน อายุการใช้งานยาวนาน
เมทัลชีทที่มีการเคลือบ Zinc-Aluminium (Galvalume) คุณภาพดี มีอายุการใช้งาน 15–30 ปี ขึ้นอยู่กับความหนาและสภาพแวดล้อม แม้อยู่ในพื้นที่ที่มีฝนตกชุกหรือใกล้ชายทะเล ก็ยังทนทานได้ดีหากเลือกชนิดที่เหมาะสม
ข้อดีที่ 4 — หลากหลายสี เข้ากับทุกสไตล์
ปัจจุบันเมทัลชีทมีสีให้เลือกมากกว่า 20 สี ตั้งแต่โทนเอิร์ธโทน เทา ดำ ไปจนถึงสีสันสดใส ทำให้ใช้ได้ทั้งกับบ้านพักอาศัย รีสอร์ท ร้านค้า และอาคารอุตสาหกรรม
ข้อดีที่ 5 — รีไซเคิลได้ 100%
เมทัลชีทเหล็กสามารถหลอมกลับมาใช้ใหม่ได้ทั้งหมด ไม่ทิ้งขยะก่อสร้างที่ย่อยสลายยาก เป็นตัวเลือกที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากกว่ากระเบื้องคอนกรีตหรือกระเบื้องแอสฟัลต์
ข้อดีที่ 6 — บำรุงรักษาน้อย
เมื่อเทียบกับกระเบื้องที่อาจแตกหรือร้าวจากแรงกระแทก เมทัลชีทมีความยืดหยุ่นสูงกว่า ไม่แตกเมื่อเดินขึ้นไปบนหลังคา และทำความสะอาดได้ง่ายด้วยน้ำฝนตามธรรมชาติ